ต้นปีแบบนี้ก็กลับเข้าสู่ช่วง “การยื่นเอกสารการเสียภาษี” กันอีกแล้ว ซึ่งก็เป็นประจำในช่วง วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคมของทุกปี ที่ชาวไทยผู้มีรายได้ทุกคนจะต้องยื่นแบบฟอร์มการเสียภาษี ไม่ว่าจะมีรายได้ถึงเกณฑ์การชำระภาษีหรือไม่ก็ตาม

ซึ่งสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มมีรายได้และต้องเสียภาษีเป็นครั้งแรก ก็อาจจะยังงงว่า ฉันต้องทำอะไรต่อไป จะต้องเสียภาษีเท่าไหร่ อะไร ยังไงบ้าง ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะ จะช่วยคุณเอง

เรื่องน่ารู้เมื่อต้องเสียภาษี
ก่อนอื่นเรามาเข้าใจเรื่องพื้นฐานในการเสียภาษีให้มากขึ้นอีกสักนิดนึงก่อนดีกว่า

แบบฟอร์มการเสียภาษี
การยื่นเอกสารเสียภาษีนั้น เราจะต้องยื่นแบบฟอร์มตามประเภทของรายได้ที่เราได้รับ ซึ่งสำหรับบุคคลทั่วไป ก็จะสามารถแบ่งแบบฟอร์มได้เป็น 3 แบบ คือ

ภ.ง.ด.91 สำหรับผู้มีเงินได้ประเภท “เงินเดือน” อย่างเดียว
ภ.ง.ด.90 สำหรับคนมีเงินเดือนและมีรายได้อื่นด้วย เช่น เงินปันผลจากกองทุน และหุ้น ขายที่ดินได้ หรือจากมรดก เป็นต้น
ภ.ง.ด.94 ใช้สำหรับผู้มีเงินได้ ตามมาตรา 40(5)-(8) ต้องยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้ของงวด ม.ค.-มิ.ย. ภายในเดือน ก.ย. ปีเดียวกัน (เป็นการเสียภาษีครึ่งปี สำหรับคนไม่มีเงินเดือน แต่มีรายได้ อย่างอื่นมาแทนเช่น ปันผลจากกองทุนและหุ้น ขายที่ดินได้)
เอกสารที่ใช้ในการยื่นเสียภาษี
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50ทวิ) ได้รับจากนายจ้าง โดยหนังสือรับรองจะระบุผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย จำนวนเงินได้ทั้งปี (รวมเงินเดือน โบนัส และเงินพิเศษต่าง ๆ)
ภาษีที่หักและนำส่งไว้ รวมถึงเงินที่จ่ายเข้า กบข./กสจ./กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน กองทุนประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เอกสารที่ใช้เพื่อการลดหย่อนภาษีต่างๆ เช่น ประกันชีวิต กองทุน เป็นต้น

ต้องเสียภาษีเท่าไหร่
สำหรับโครงสร้างภาษี ปี 2560 นั้นมีการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่เพื่อช่วยให้ประชาชนเสียภาษีได้น้อยลง โดยผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 26,000 บาท (รวมทั้งปีไม่เกิน 150,000 บาท) จะไม่ต้องเสียภาษี และยังมีค่าลดหย่อนส่วนตัวเพิ่มจากเดิม 30,000 บาท เป็น 60,000 บาท ด้วย

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงขั้นเงินได้สำหรับการเสียภาษีจาก 5 ช่วงเป็น 7 ช่วง เพื่อลดภาระของมนุษย์เงินเดือนที่เป็นคนชั้นกลาง พร้อมกับขยับวงเงินสูงสุดของการเสียภาษีอีก

ถึงแม้คุณจะยังมีรายได้ไม่ถึงขั้นเสียภาษี แต่ถ้าขึ้นชื่อว่ามีรายได้แล้วก็ต้องยื่นแบบเสียภาษีด้วยนะคะ

สถานที่ยื่นภาษี
หลังจากที่เตรียมเอกสารต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาของการยื่นภาษี ซึ่งปัจจุบันก็มีช่องทางและสถานที่สำหรับยื่นภาษีมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากขึ้น ดังนี้

สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา
ธนาคารพาณิชย์ไทย และสาขาที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด
ที่ทำการไปรษณีย์ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน พร้อมแนบเช็ค (ประเภท ข. ค. หรือ ง.) หรือ ธนาณัติ (ตามจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระทั้งจำนวน) โดยส่งไปยัง “ สำนักบริหารการคลังและรายได้กรมสรรพากร อาคารกรมสรรพากร เลขที่90 ซอยพหลโยธิน7 ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ”
และอีกหนึ่งช่องทางใหม่ ที่สะดวกและง่ายสุด คือ การยื่นถาษีออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรนั่นเอง โดยวันนี้เราจะไปเรียนรู้วิธีการยื่นภาษีแบบออนไลน์พร้อมๆ กันเลย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here